ขายของออนไลน์


joker79_logo


สมัครสมาชิก

สุ่มของรางวัล

ขายของออนไลน์

joker79 โบนัส 100
ภาพบทความขายสินค้าออนไลน์

สมัครสมาชิก

การขายของออนไลน์ถือว่าเป็นรายได้เสริมอีกหนึ่งทางสำหรับคนทำงานประจำ หรือบางคนที่ขายของออนไลน์เต็มเวลาเลยก็มี มีหลายบทความที่แนะนำว่าจะเริ่มขายยังไง ช่องทางไหน อ่านละมันดูง๊ายง่าย แต่ในความเป็นจริงมีหลายต่อหลายคนที่ประสบปัญหา ขายยังไงก็ขายไม่ออก ไม่รู้จะทำยังไงดี ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจที่คนรัดเข็มขัดกันยิ่งขึ้น ยิ่งจำเป็นต้องทำความเข้าใจมากไปอีก เราจะมาลองทำเช็คลิสท์กันดูว่าเราได้พลาดตรงไหนไปรึเปล่า

  1. จุดประสงค์ไม่ชัดเจน

เราจำเป็นต้องรู้จักสินค้าเราให้ชัดเสียก่อน ว่าเรามีจุดเด่นตรงไหนให้คนเข้ามาซื้อสินค้าในเพจเราบ้าง ในการตลาดไม่ว่าจะขายอะไรก็ตาม เราควรคำนึงถึง Marketing Mix  ที่เรียกว่า 4 P ได้แก่

Product – คุณภาพของสินค้า จุดเด่น branding รูปลักษณ์ เป็นต้น

Price – ต้นทุน อุปสงค์และอุปทาน

Place – ขายผ่านช่องทางไหน ความยากง่ายในการเข้าถึงสินค้าบริการ การเลือกช่องทางการขายที่สอดคล้องกับสินค้าก็จะช่วยให้สินค้าขายออกได้ง่ายกว่าด้วย

Promotion –  ทำประชาสัมพันธ์ ลด แลก แจก แถม หรือ โฆษณาออนไลน์ (digital marketing) รวมไปถึงบริการหลังการขาย การ support ต่างๆ ด้วย

            ที่อธิบายไปเป็นเพียงการยกตัวอย่างเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการเข้าใจเพิ่มเติมสามารถศึกษาต่อได้ด้วยตนเองหรือจะซื้อหนังสือมาอ่านก็ย่อมได้ การมีความรู้ในส่วนนี้จะช่วยนำไปต่อยอดได้อีกมากเลยล่ะ

  1. ขายสินค้านอกกระแส/มีการแข่งขันสูง

การเข้าใจกระแส หรือ เทรนด์ ในเวลานั้นๆ เองก็มีผลเป็นอย่างมาก หากเราตัดสินใจจะนำสินค้าในกระแสมาขาย เราก็ต้องเข้าใจก่อนว่า กระแสมันมีมาก็ต้องมีไป ช่วงที่เป็นกระแสทำกำไรได้ก็ต้องเกาะให้ไว อีกอย่างพอสินค้ามันเป็นที่นิยม คนก็เอามาขายเยอะ กลายเป็นว่ามีการแข่งขันสูงตามมา ถ้าเรามั่นใจว่ายังไงก็เป็นหัวขบวน เชี่ยวชาญในการขายสินค้าลักษณะนี้ก็ทำได้ แต่ถ้ามองแล้วว่ายังไงเราก็เป็นพวกท้ายขบวน อาจจะรีบพิจารณากันอีกทีว่าควรจะขายต่อไป หรือเปลี่ยนสินค้าใหม่ดี

  1. สินค้าราคาสูงเกินไป

การศึกษาราคากลางในตลาดเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะผู้บริโภคเองสามารถเปรียบเทียบราคาได้ว่าร้านไหนแพงกว่าร้านไหน หรือมีค่าจัดส่งเท่าไหร่ ตรงนี้เองที่เราจะต้องวางแผนราคาดีๆ ลองคำนวนกันดูอีกทีว่าต้นทุนไปหนักตรงไหน การตั้งราคาสินค้าให้เกิดความรู้สึกจูงใจก็มีส่วนเช่นกัน ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่  8 วิธีตั้งราคาสินค้าหรือบริการให้น่าดึงดูด ด้วยหลักจิตวิทยามหาเสน่ห์

  1. ดูไม่น่าเชื่อถือ

การขายสินค้าให้สำเร็จไม่ใช่การเน้นการขายเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการสร้าง ‘Brand’ ให้เป็นที่จดจำด้วย สินค้าแบบเดียวกันมีให้เลือกเยอะแยะไปหมด ทำยังไงให้ลูกค้ามาซื้อกับเรา ลองเช็คดูว่า

หน้าเพจของเราเป็นยังไง ดูดีรึปล่าว มีโลโก้ แบนเนอร์ รูปโคฟเวอร์ ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ยกตัวอย่างหลายๆ ร้านค้าในไอจี หรือ เฟสบุ๊ก ที่มีการคุมโทน ทำให้มองแล้วสบายตา แยกแยะสินค้าง่ายและชัดเจน แบบนี้ทำให้ลูกค้าดูแล้วไม่ปวดหัวอีกด้วย ในส่วนของเนื้อหาก้ต้องมีการอัพเดทสม่ำเสมอ ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง มีการระบุช่องทางติดต่อชัดเจน รายละเอียดสินค้าต้องเช็คดูแล้วว่าถูกต้องครบถ้วน การมีรีวิวจากผู้ซื้อก็เป็นการช่วยให้เครดิตกับทางร้านเหมือนกัน

  1. ไม่มีเรื่องราวน่าสนใจ ชวนติดตาม ที่เป็นประโยชน์

เคยได้ยินประโยคนี้ไหมว่า ‘content is king’ หรือแปลได้ว่าคอนเทนต์เป็นหัวใจหลักที่จะประสบความสำเร็จในยุค digital การมีคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาดี มีเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ความต้องการ จะช่วยสร้าง Brand Awareness ที่ทำให้ลูกค้าสนใจและจดจำแบรนด์ของเราได้ โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่ไม่ได้เน้นการขายแต่เป็นการให้ความรู้ จำพวก How to ต่างๆ จะทำให้คนกล้าไลค์กล้าแชร์กันมากขึ้น หรือการคิดคอนเทนต์ให้คนมามีส่วนร่วมในเพจ คอนเทนต์ที่โดนใจจนอดแชร์ไม่ได้ ก็เป็นการเพิ่มยอดผู้เข้าชมเพจด้วย คอนเทนต์ที่ดีจะช่วยสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ และถ้าเราสร้างคอนเทนต์ที่มี Keyword เกี่ยวข้องกับสินค้าเราอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยให้เราทำ SEO ให้ติดหน้า 1 การค้นหาของ Google ได้ง่ายขึ้นด้วย https://gclubking.net/

  1. ไม่สร้างสัมพันธ์กับลูกค้า

หารู้ไม่ว่า Soft Skill นั้นสำคัญฉะไหน communication ทักษะในการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นถือว่าเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญมากกกกกก ถือว่าคนทำงานในศตวรรตที่ 21 นี้ไม่มีไม่ได้  เราจึงต้องหมั่นตอบคอนเม้นและข้อความลูกค้า การสื่อสารแบบสองทางจึงสำคัญมากๆ ที่จะไม่ทำให้ลูกค้าปิดหน้าต่างเพจเราทิ้งแล้วหนีไปซิ้อกับร้านอื่นแทน

  1. ไม่มีความเคลื่อนไหวในเพจ

เพจที่มีการลงของสม่ำเสมอ มีการอัพเดทต่างๆ หรือ active สูง มักจะดึงดูดลูกค้ามากกว่าอยู่แล้ว ถ้าเราไม่อัพเดทสม่ำเสมอ ก็จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความน่าสนใจเพจด้วย ในยุคค้าขายออนไลน์แบบนี้ การไม่คลื่นไหว อัพเดทข้อมูลข่าวสาร ก็ไม่ต่างจากการปิดร้านเลยล่ะ

  1. ระบบหลังบ้านไม่ดี

ระบบหลังบ้านมีชัยไปกว่าครึ่ง เคยไหมตอบออเดอร์ไม่ทัน ทำออเดอร์ตกหล่นจนได้รีวิวไม่ดี พอจ้างคนมาตอบ inbox ลูกค้าก็ทำให้งบบานปลาย สำหรับใครที่มีปัญหาหัวหมุนมือไม้ระวิงจากการขายของหลายช่องทาง หรือต้องรับผิดชอบทุกหน้าที่ ลองเปลี่ยนมาใช้ผู้บริการระบบหลังบ้านออนไลน์ที่จะช่วยจัดการร้านค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งระบบเหล่านี้ได้รวมฟีเจอร์ต่างๆ ที่จำเป็นไว้หมดแล้ว เช่น การจัดการสต็อก มีการแจ้งเตือนเมื่อสต็อกใกล้หมด ดูยอดรายงานได้ทั้งรายวัน รายเดือน รายปี  มีการเชื่อมต่อกับระบบการขายเมื่อมีการสั่งสินค้า เชื่อมต่อระบบการขนส่งช่วยเช็คสถานะสินค้าเพื่อตอบลูกค้าได้ง่ายขึ้น ระบบพิมพ์ใบเสร็จ ทั้งนี้อาจมีต่างกันบ้างตามผู้ให้บริการ ซึ่งผู้ใช้ต้องลองเปรียบเทียบดูว่าใช้ของเจ้าไหนจะตอบโจทย์เรามากที่สุด

ตัวอย่างผู้ให้บริการระบบหลังบ้าน: fillgoods, shipnity, page365,

joker79_logo

Instagram


Facebook-f


Twitter

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *